
เป็นโรคที่เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ ได้แก่ แบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต และสารพิษจากพืชและสัตว์ อาการของอาหารเป็นพิษมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันภายใน 1 – 6 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค อาการทั่วไปของอาหารเป็นพิษ ได้แก่

ในบางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ภาวะช็อก ไตวาย เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต เป็นต้น
แนวทางการรักษาอาหารเป็นพิษ
อาหารเป็นพิษสามารถรักษาได้ด้วยวิธีการรักษาตามอาการ ดังนี้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากการอาเจียนและท้องเสีย
- รับประทานยาแก้อาเจียนและยาแก้ท้องเสีย เพื่อบรรเทาอาการ
- รับประทานยาลดไข้ หากมีไข้
- พักผ่อนให้เพียงพอ
ในบางรายที่มีอาการรุนแรง เช่น อาเจียนมาก ท้องเสียมาก มีอาการขาดน้ำ หรือมีภาวะช็อก อาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยแพทย์อาจให้การรักษาเพิ่มเติม เช่น การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ การให้ยาปฏิชีวนะ เป็นต้น
การป้องกันอาหารเป็นพิษ
วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการติดอาหารเป็นพิษ คือ รับประทานอาหารที่สะอาดและปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือน้ำที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค ปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
- ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- เลือกซื้ออาหารจากแหล่งที่สะอาดและน่าเชื่อถือ
- ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง
- เก็บอาหารไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ทิ้งไว้นาน
หากมีอาการของอาหารเป็นพิษ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง





