หัวใจโต (Enlarged heart หรือ Cardiomegaly)

หัวใจโต

หัวใจโต (Enlarged heart หรือ Cardiomegaly) เป็นภาวะที่หัวใจมีขนาดโตกว่าปกติ สาเหตุส่วนใหญ่จะมาจากการป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โรคลิ้นหัวใจตีบและรั่ว ฯลฯ นั่นหมายความว่าการมีภาวะหัวใจโตนั้นไม่ได้เกิดจากการป่วยเป็นโรคโดยตรง แต่เกิดจากมีปัจจัยต่าง ๆ มาส่งเสริมให้หัวใจมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือหนามากขึ้นกว่าปกตินั่นเอง

อาการของภาวะหัวใจโตเป็นอย่างไร?

ผู้ที่มีภาวะหัวใจโตอาจมีอาการผิดปกติหรือไม่มีอาการก็ได้ แต่โดยส่วนมากแล้วจะไม่มีอาการหากหัวใจยังทำงานปกติอยู่ หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ทำการรักษา จะส่งผลให้หัวใจทำงานบกพร่องและอาจทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้

  • หายใจลำบากและเหนื่อยง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อต้องออกแรง
  • อ่อนเพลียง่าย เวียนศีรษะคล้ายเป็นลมง่าย
  • ใจสั่น หัวใจเต้นผิดปกติ อาจ เบา เร็ว ช้า หรือ ไม่สม่ำเสมอ
  • ไอผิดปกติโดยไม่รู้สาเหตุ โดยเฉพาะเวลานอน
  • บวมบริเวณเท้าตอนสายๆ รวมถึง แขน ขา ใบหน้า
  • รู้สึกเจ็บหน้าอก
  • นอนราบไม่ได้ นอนราบแล้วรู้สึกแน่นหน้าอก หายใจลำบาก

ใครมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจโต?

  • ผู้ที่ดื่มสุราเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ที่มีโลหิตจางหรือซีดเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับโปรตีน
  • ผู้ที่รับประทานธาตุเหล็กมาก
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • ผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่ว หรือมีการอักเสบติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดปกติก็จะทำให้หัวใจโต
  • ผู้ป่วยโรคความดันในปอดสูงก็จะทำให้หัวใจโต
  • ผู้ป่วยโรคของต่อมไทรอยด์
  • ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม
  • ผู้ป่วยโรคตับแข็ง
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาไทรอยด์ฮอร์โมน ยาเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็งบางชนิด

ป้องกันภาวะหัวใจโตได้อย่างไร?

แม้ภาวะหัวใจโตจะเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ มาส่งเสริมก็ตาม แต่ท่านก็สามารถลดและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหัวใจโตโดยการปฏิบัติดังนี้

  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการได้รับควันบุหรี่
  • จำกัดหรืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมอาหารเพื่อป้องการเกิดโรคอ้วน
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคต่าง ๆ อันเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะหัวใจโต เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง ฯลฯ ให้รับประทานยาและปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • ผู้ที่ครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคหัวใจ หรือผู้ที่มีอายุเกิน 35 ปี ควรตรวจสุขภาพประจำปีอยู่สม่ำเสมอ

การรักษาภาวะหัวใจโต

แนวทางการรักษาภาวะหัวใจโต คือ รักษาที่สาเหตุอันก่อให้เกิดภาวะหัวใจโต หรือรักษาตามอาการของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งมีความแตกต่างกันไป เช่น

  • สาเหตุเกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วน รักษาโดยการใช้ยาต่าง ๆ และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วย
  • สาเหตุเกิดจากโรคลิ้นหัวใจ รักษาด้วยการผ่าตัด
  • สาเหตุเกิดจากภาวะหัวใจเสียจังหวะ รักษาด้วยการใส่เครื่องคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ (Pacemaker)
  • มีอาการบวม รักษาด้วยการใช้ยาขับน้ำ
  • มีอาการหายใจเร็วหรือหอบ รักษาด้วยวิธีให้ออกซิเจน
  • มีอาการไอ รักษาด้วยการให้ยาบรรเทาอาการไอ

เมื่อเป็นภาวะหัวใจโตแล้วควรปฏิบัติอย่างไร?

ความรุนแรงของภาวะหัวใจโตขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระยะเวลาที่ป่วยสั้นหรือนาน เริ่มรักษาเร็วหรือช้า รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น บุหรี่ สุรา สารเสพติด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่มีผลสุขภาพ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นที่สาเหตุของการเกิดภาวะหัวใจ ดังนั้นเมื่อพบว่าป่วยเป็นภาวะหัวใจโตแล้ว ท่านควรปฏิบัติตัวตามแพทย์แนะนำ เพื่อควบคุมไม่ให้หัวใจโตขึ้น เช่น

  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตตามที่แพทย์แนะนำ
  • งดสูบบุหรี่ และไม่อยู่ในบริเวณที่มีควันบุหรี่
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ
  • รับประทานอาหารจืดเป็นหลัก
  • ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง
  • ลดน้ำหนัก และควบคุมให้น้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • รักษาและควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะหัวใจโต

ติดตามข่าวสาร

จากโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

กรุณากรอกอีเมลคุณเพื่อรับข่าวสารจากโรงพยาบาล